ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
5 Financial KPIs ที่เจ้าของธุรกิจ SME ต้องรู้
คุณกำลังอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
5 Financial KPIs ที่เจ้าของธุรกิจ SME ต้องรู้
การเงิน คือหัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME การเข้าใจสถานะทางการเงินของกิจการเป็นสิ่งจำเป็น เพราะตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแรงของธุรกิจ ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าจะลงทุนต่อ ขยายกิจการ หรือปรับกลยุทธ์อย่างไรให้เหมาะสม หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นภาพรวมการเงินได้ชัดเจนคือ ตัวชี้วัดทางการเงิน (Financial KPIs) ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่บอกว่าธุรกิจของคุณกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่
KPIs (Key Performance Indicators) คือ ดัชนีชี้วัดผลงานที่ใช้ประเมินความสำเร็จขององค์กรในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในแง่การเงิน Financial KPIs จะเน้นไปที่ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนสถานะทางการเงินของธุรกิจ เช่น รายได้ ต้นทุน กำไร และกระแสเงินสด
การติดตาม Financial KPIs ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจภาพรวมการเงินอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงดูยอดขาย แต่ยังเห็นถึงความสามารถในการทำกำไร สภาพคล่อง และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เช่น การลงทุน การควบคุมต้นทุน และการวางแผนการเติบโตในระยะยาว
การติดตาม Financial KPIs ไม่ใช่แค่การดูตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจภาพรวมการเงินและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ โดยมีประโยชน์หลัก ดังนี้
การติดตาม KPIs ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจสถานะการเงินแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่รวมถึงกำไร กระแสเงินสด และหนี้สิน เพื่อประเมินว่าธุรกิจแข็งแรงและมีสภาพคล่องเพียงพอหรือไม่
การติดตาม KPIs ช่วยให้เจ้าของธุรกิจทราบว่าขั้นตอนการดำเนินงานใดบ้างที่ใช้ต้นทุนเกินจำเป็น และสามารถปรับลดต้นทุนให้เหมาะสมเพื่อรักษากระแสเงินสดให้เป็นบวกและเสริมสร้างกำไรในระยะยาว
ตัวเลขจาก KPIs ช่วยบอกปัญหาและโอกาส เช่น กำไรต่ำเพราะต้นทุนสูง หรือสินค้าค้างสต็อกมากเกินไป ทำให้เจ้าของธุรกิจแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและปรับกลยุทธ์ได้เหมาะสม
ข้อมูลจาก KPIs เช่น ROI (Return on Investment) และกระแสเงินสด (Cash Flow) ช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจลงทุนอย่างมีเหตุผล ลดความเสี่ยงจากการลงทุนผิดพลาด และเพิ่มโอกาสขยายธุรกิจในจังหวะที่เหมาะสม
KPIs ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากกระแสเงินสดติดลบหรือหนี้สินสูงเกินไป เจ้าของธุรกิจจะเห็นปัญหาก่อนเกิดวิกฤติ ทำให้สามารถปรับแผนและแก้ไขได้ทันเวลา

อัตรากำไรสุทธิ เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยิ่งค่าสูงแสดงว่าธุรกิจบริหารต้นทุนได้ดีและทำกำไรได้มาก
สูตรคำนวณ:

หากค่า Net Profit Margin มากกว่า 0 หมายถึงธุรกิจสามารถสร้างกำไรได้จริงหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรที่ดี แต่ถ้าค่าน้อยกว่า 0 หมายถึงธุรกิจกำลังขาดทุน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าของธุรกิจทบทวนกลยุทธ์ ปรับลดต้นทุน หรือเพิ่มรายได้เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน สะท้อนสภาพคล่องของธุรกิจจากกิจกรรมหลัก เช่น การขายสินค้าและบริการ เป็นตัวบ่งชี้ว่าบริษัทมีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินงานหรือไม่
สูตรคำนวณ:
Operating Cash Flow = รายได้ + ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด - การเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียน
หมายเหตุ การคำนวณตามสูตรนี้เป็นวิธีการคำนวณกระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยอ้อม โดยค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด ได้แก่ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียน หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในลูกหนี้การค้า เจ้าหนี้การค้า หรือสินค้าคงคลัง
หาก Operating Cash Flow เป็นบวก หมายถึงธุรกิจมีสภาพคล่องดี สามารถนำเงินสดที่เกิดจากการดำเนินงานไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและต่อยอดการลงทุนได้ แต่หากเป็นลบ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเผชิญปัญหาการเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่ขั้นวิกฤติได้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจึงเป็นหนึ่งใน KPIs สำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงิน
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เป็นตัวชี้วัดที่บอกว่าธุรกิจมีหนี้สินมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับทุนของผู้ถือหุ้น ใช้ประเมินความเสี่ยงทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้
สูตรคำนวณ:

หากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน มีค่าไม่เกิน 2 เท่า หมายถึงธุรกิจมีโครงสร้างทางการเงินที่สมดุล แต่ถ้าสูงกว่า 2 เท่า อาจสะท้อนว่าธุรกิจพึ่งพาหนี้มากเกินไป เสี่ยงต่อปัญหาสภาพคล่องในอนาคต ยกเว้นบางธุรกิจ เช่น สถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทปล่อยกู้ หรือบริษัทสินเชื่อ ที่อาจมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงเป็นปกติ
หากกระแสเงินสดของธุรกิจเริ่มตึงตัว UOB BizMoney คือทางออกที่ช่วยเสริมสภาพคล่องให้คุณได้ สินเชื่อสำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการเงินทุนเพื่อหมุนเวียนหรือขยายกิจการ ให้เจ้าของธุรกิจเข้าถึงเงินทุนได้อย่างคล่องตัว ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
การพิจารณาสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครสินเชื่อได้ที่นี่ UOB BizMoney
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นตัวชี้วัดความคุ้มค่าของการลงทุน โดยแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าผลตอบแทนที่ได้รับเมื่อเทียบกับต้นทุนเป็นเท่าไร
สูตรคำนวณ:

ยกตัวอย่าง เช่น ธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ A ต้องการสต็อกเสื้อยืดเพิ่มในช่วงเทศกาล จะต้องใช้เงินลงทุนไปกับการสั่งซื้อสินค้า 100 ชิ้นรวมค่าจัดส่ง เป็นเงิน 10,000 บาท ร้านค้าคาดว่าจะมียอดขายเพิ่ม 19,900 บาท สามารถคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนได้ ดังนี้

จะเห็นว่า ร้าน A มีผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 99% ซึ่งสะท้อนว่าการตัดสินใจสต็อกเสื้อยืดครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยสร้างยอดขายให้เติบโตในทิศทางที่ดี
อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพในการบริหารสินค้าคงคลังของธุรกิจ โดยแสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถขายสินค้าคงคลังได้เร็วเพียงใดเมื่อเทียบกับต้นทุนการขายในช่วงเวลาหนึ่ง
สูตรคำนวณ:

อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังสูง หมายถึงการบริหารสต็อกมีประสิทธิภาพ สินค้าขายดี แต่ถ้าค่าอัตราการหมุนเวียนต่ำ แสดงว่ามีสินค้าค้างสต็อกมาก อาจต้องปรับกลยุทธ์การขายหรือการจัดการสต็อก
ตัวชี้วัดทางการเงิน หรือ Financial KPIs เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการบริหารธุรกิจ เพราะช่วยสะท้อนสถานะการเงินอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นภาพรวมว่าธุรกิจกำลังเติบโตหรือถดถอย พร้อมระบุจุดที่ต้องปรับปรุงก่อนจะกลายเป็นปัญหาในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญในการวางแผนและตัดสินใจ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง