ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
สินเชื่อ SME กู้กับธนาคาร หรือ Non-Bank แบบไหนดีกว่า
คุณกำลังอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
สินเชื่อ SME กู้กับธนาคาร หรือ Non-Bank แบบไหนดีกว่า
ในช่วงที่ธุรกิจ SME ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นการขยายกิจการ เสริมสภาพคล่อง หรือรับมือกับวิกฤตทางการเงิน การขอสินเชื่อ SME จึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจุบันมีแหล่งเงินทุนหลัก 2 ประเภท คือ ธนาคารพาณิชย์ และ ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อเสีย และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบและเลือกแหล่งเงินกู้ที่เหมาะกับธุรกิจ SME ของคุณมากที่สุด
ธนาคารพาณิชย์ (ซึ่งในบทความนี้จะใช้คำว่า “ธนาคาร”) เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับการกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีบทบาทสำคัญในการรับฝากเงิน ปล่อยสินเชื่อ และให้บริการทางการเงินอื่นๆ เช่น ธุรกรรมระหว่างประเทศ การซื้อขายเงินตรา และบริการเช่าตู้นิรภัย
ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (ซึ่งในบทความนี้จะใช้คำว่า “Non-Bank”) เป็นรูปแบบกิจการการเงินที่จดทะเบียนบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์เช่นเดียวธุรกิจการค้าอื่นๆ โดย Non-Bank ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แก่ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ และธุรกิจสินเชื่อบุคคลดิจิทัล และ Non-Bank ที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ และบริษัทประกันภัย
| ข้อเปรียบเทียบ | ธนาคารพาณิชย์ (Bank) | ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non – Bank) |
|---|---|---|
| ความสามารถ/อำนาจ | รับฝาก - ถอนเงิน ให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมระหว่างประเทศ | ไม่สามารถรับฝากเงินจากบุคคลทั่วไปได้ ตามปกติให้บริการสินเชื่อเป็นหลัก |
| ความน่าเชื่อถือ/ความมั่นคง | มีความน่าเชื่อถือสูง มีการรับรองอย่างถูกตามกฎหมาย เสถียรภาพทางการเงินมั่นคง | ส่วนมากมีความน่าเชื่อถือและมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง แต่จำเป็นต้องตรวจเช็กความน่าเชื่อถือ/ความมั่นคงก่อนเลือกใช้บริการ |
| การควบคุม / กำกับ จากองค์กรรัฐ | อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. เสริมความน่าเชื่อถือ | มีทั้งอยู่และไม่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. ทำให้ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป |
| วงเงินและการผ่อนชำระ | สามารถให้วงเงินสูง มีระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน บางสินเชื่อให้ผ่อนนานหลักสิบปี ส่วนใหญ่ไม่บังคับให้ต้องชำระตามอัตราขั้นต่ำ | มอบวงเงินที่จำกัด มีระยะเวลาการผ่อนชำระประมาณ 6 เดือน – 5 ปี และมีขั้นต่ำชำระคืนตายตัว |
| รูปแบบสินเชื่อ | มีสินเชื่อระยะยาว เช่น สินเชื่อธุรกิจ แต่ยังมีตัวเลือกสินเชื่อระยะสั้นร่วมด้วย | มีสินเชื่อระยะสั้น เน้นอนุมัติไว หรือสินเชื่อฉุกเฉิน |
| อัตราดอกเบี้ย | ส่วนมากต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของ Non-Bank เพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของ ธปท. | ส่วนใหญ่จะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร แต่ยังถือว่าอยู่ภายใต้กฎหมายกำหนด |
| การพิจารณา/คุณสมบัติ | มีเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวด ตรวจสอบเอกสารหลายอย่าง ใช้ระยะเวลาพิจารณานานกว่า | มีเกณฑ์พิจารณาอะลุ่มอล่วย ยืดหยุ่น และมักใช้ระยะเวลาอนุมัติรวดเร็วกว่า |
| หลักทรัพย์ค้ำประกัน | กู้สินเชื่อกับธนาคาร ส่วนใหญ่ จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน | ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นขอสินเชื่อ เสมอไป |
| เหมาะกับใคร | เหมาะกับภาคนิติบุคคลที่ต้องการสินเชื่อธุรกิจระยะยาว หรือเจ้าของกิจการที่มีรายได้สูง มั่นคง และมีเครดิตที่ดีเยี่ยม | เหมาะกับทั้งบุคคลทั่วไปและนิติบุคคลที่มีรายได้น้อย เพิ่งบริหารธุรกิจไปได้ไม่นานนัก หรือ ไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอในการค้ำประกัน รวมถึงผู้ที่ต้องการสินเชื่ออย่างเร่งด่วน |
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อเจ้าของธุรกิจ SME ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้การกู้เงินเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างแท้จริง
หากเจ้าของธุรกิจ SME ต้องการเงินทุนระยะยาวเพื่อขยายกิจการหรือพัฒนาโครงการใหม่ การกู้กับธนาคารอาจเหมาะกว่า เพราะให้วงเงินสูงและผ่อนชำระได้นาน แต่หากต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น เช่น ซื้อวัตถุดิบ หรือจ่ายค่าแรง Non-Bank อาจตอบโจทย์มากกว่า
หากธุรกิจต้องการเงินด่วน เช่น ในกรณีฉุกเฉิน Non-Bank อาจเป็นทางเลือกที่ดี เพราะอนุมัติเร็วกว่า แต่หากสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ การกู้กับธนาคารจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและให้เงื่อนไขที่ดีกว่า
เจ้าของธุรกิจ SME ต้องประเมินรายรับ รายจ่าย และความสามารถในการชำระหนี้อย่างรอบคอบ หากเลือกสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยสูงหรือระยะเวลาผ่อนสั้น อาจส่งผลต่อกระแสเงินสดของธุรกิจในระยะยาว
โดยปกติธนาคารต้องการเอกสารประกอบการขอสินเชื่อที่ครบถ้วน เช่น งบการเงิน หนังสือรับรองบริษัท และหลักทรัพย์ค้ำประกัน หากเจ้าของธุรกิจ SME เตรียมเอกสารได้ครบและถูกต้อง ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและไม่ติดขัด ในขณะที่ Non-Bank ส่วนมากใช้เอกสารน้อยกว่า และบางรายอาจไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
ธนาคารเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับการกำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความน่าเชื่อถือสูงและปลอดภัยในการใช้บริการ สำหรับ Non-Bank ผู้กู้ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนเสมอ โดยเลือกผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ เช่น ธปท., กรมส่งเสริมสหกรณ์ หรือ ก.ล.ต. แม้บางรายจะไม่ได้อยู่ภายใต้ ธปท. แต่ก็ยังมีความน่าเชื่อถือหากได้รับการรับรองตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาตหรือข้อมูลไม่ชัดเจน เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน

UOB BizMoney สินเชื่อสำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องหรือขยายกิจการ ตัวช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายกว่า ให้บริการทั้งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยไม่กระทบต่อการดำเนินงานหลักของธุรกิจ
การพิจารณาสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
แม้ธนาคารและ Non-Bank จะให้บริการสินเชื่อเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างในหลายด้าน ทั้งเรื่องวงเงิน เงื่อนไข และความเร็วในการอนุมัติ ซึ่งตอบโจทย์ผู้กู้แต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน สำหรับ SME การเลือกแหล่งเงินทุนควรพิจารณาเป็นรายกรณี โดยดูจากวัตถุประสงค์การใช้เงิน ความสามารถในการผ่อนชำระ และความพร้อมของเอกสาร รวมถึงไม่ลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจเสมอ การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย สำหรับเจ้าของธุรกิจที่สนใจสินเชื่อ SME ที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน UOB BizMoney จากธนาคาร ยูโอบี เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ
ข้อมูลอ้างอิง