ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับธุรกิจ SME ทำอย่างไรให้ถูกต้อง
คุณกำลังอยู่ที่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับธุรกิจ SME ทำอย่างไรให้ถูกต้อง
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างถูกต้องถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกิจการในสายตาคู่ค้าและหน่วยงานภาครัฐ บทความนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การคำนวณภาษี การเลือกแบบฟอร์มที่เหมาะสม ไปจนถึงการนำส่งภาษีผ่านช่องทางต่างๆ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางภาษีอย่างครบถ้วน
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือ การเก็บภาษีล่วงหน้า โดยผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายให้แก่ผู้รับทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน ซึ่งการหักภาษีนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่
ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทของเงินได้มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้
| ประเภทเงินได้ กรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา (แบบ ภ.ง.ด.3) | อัตราภาษี (%) | ประเภทเงินได้ กรณีผู้รับเป็นนิติบุคคล (แบบ ภ.ง.ด.53) | อัตราภาษี (%) |
|---|---|---|---|
| ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5.0 | ค่านายหน้า, ลิขสิทธิ์, กู๊ดวิลล์ | 3.0-10.0 |
| ค่าเช่าเรือ (ขนส่งระหว่างประเทศ) | 1.0 | ดอกเบี้ยเงินฝาก, พันธบัตร, หุ้นกู้ ฯลฯ | 1.0-10.0 |
| วิชาชีพอิสระ (กฎหมาย, วิศวกรรม, สถาปัตย์ ฯลฯ) | 3.0 | เงินปันผล | 10.0 |
| วิชาชีพอิสระ (ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ) | 15.0 | ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5.0-10.0 |
| ค่าจ้างทำของ | 3.0 | ค่าเช่าเรือ (ขนส่งระหว่างประเทศ) | 1.0 |
| เงินรางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค | 5.0 | วิชาชีพอิสระ | 3.0-10.0 |
| ค่าการแสดง (นักแสดง, นักร้อง, นักกีฬา ฯลฯ) | 5.0-10.0 | ค่าจ้างทำของ | 3.0-5.0 |
| ค่าโฆษณา | 2.0 | เงินรางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค | 5.0 |
| ค่าบริการทั่วไป (มาตรา 40(8)) | 3.0 | ค่าโฆษณา | 2.0 |
| ค่าขนส่ง | 1.0 | ค่าบริการทั่วไป (มาตรา 40(8)) | 3.0 |
| ส่วนลด/รางวัลจากการส่งเสริมการขาย | 3.0 | ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย | 1.0 |
| ค่าขนส่ง | 1.0 | ||
| การซื้อขายสินค้าเกษตรบางประเภท | 0.75 |
หากเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับเข้าข่ายประเภทของเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทันที ซึ่งสามารถคำนวณได้ ดังนี้
ตัวอย่าง บริษัท A จ้างฟรีแลนซ์ผลิตชิ้นงานในราคา 5,000 บาท ซึ่งจัดอยู่ในประเภท “ค่าจ้างทำของ” ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3%
อย่างไรก็ตามการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะเกิดขึ้นเมื่อเงินได้ที่จ่ายมียอดรวมกันตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
ผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายสามารถยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ต่อกรมสรรพากรได้ 2 วิธี คือ
การหักภาษี ณ ที่จ่ายมีอัตราที่แตกต่างกันตามประเภทของรายได้ ดังนั้น เจ้าของธุรกิจ SME ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าอัตราภาษีที่หักตรงกับประเภทของเงินได้ของผู้รับเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการหักภาษีผิดประเภท
การยื่นแบบฯ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรหรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ ต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับหรือเบี้ยปรับที่อาจเกิดขึ้น
ธุรกิจ SME ควรจัดเก็บเอกสารภาษีอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ใบกำกับภาษี และหนังสือนำส่งภาษี โดยควรแยกหมวดหมู่ระหว่างผู้รับเงินที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการสืบค้นหากกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งปกติจะอยู่ภายในระยะเวลา 5 ปี

การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างถูกต้องและตรงเวลา เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทางธุรกิจและลูกค้า เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความซื่อสัตย์และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
การยื่นภาษีอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบย้อนหลังโดยกรมสรรพากร ซึ่งอาจนำไปสู่ค่าปรับหรือความเสียหายทั้งในด้านการเงินและชื่อเสียงขององค์กร
การมีประวัติการยื่นภาษีที่ถูกต้องและไม่มีการหลีกเลี่ยงภาษี เป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ หากธุรกิจมีวินัยทางภาษีและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อหรือการระดมทุนเพื่อขยายกิจการได้ง่ายขึ้น
บริการ e-Withholding Tax ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจ SME และนิติบุคคลสามารถจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง ผ่านระบบ UOB Business Internet Banking บริการนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งคำสั่งจ่ายเงินพร้อมข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายมายังธนาคารได้โดยตรง เมื่อธนาคารได้รับคำสั่งแล้ว จะดำเนินการโอนเงินให้แก่ผู้รับ และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่อกรมสรรพากรในคราวเดียวกัน พร้อมแจ้งผลการดำเนินการให้ทั้งผู้จ่ายและผู้รับเงินทราบ บริการนี้จึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการความคล่องตัวในการดำเนินงาน และต้องการจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ภาษีกับการดำเนินธุรกิจ SME เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินควบคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดการภาษีอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงวินัยทางการเงินและความโปร่งใสในการดำเนินงานของกิจการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนขยายธุรกิจในอนาคต การมีประวัติการเสียภาษีที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบย้อนหลังหรือการเสียค่าปรับที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง