ราคาซื้อขายพันธบัตรและตั๋วเงินคลัง

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้คลิกที่นี่..>>

วันที่ 28 เมษายน 2559

พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย / ตั๋วเงินคลัง

ชื่อรุ่น วันครบกำหนด ระยะเวลาคงเหลือ (วัน) ผลตอบแทนที่เสนอขาย (%)

พันธบัตรออมทรัพย์

ชื่อรุ่น อัตราดอกเบี้ย
บนพันธบัตร (%)
วันครบกำหนด ระยะเวลาคงเหลือ
(ปี)
ราคาเสนอซื้อ
(100 บาท)
ราคาเสนอขาย
(100 บาท)
ผลตอบแทน
เสนอขาย (%)
SB16DA 3.85 2-Dec-16 0.60 100.50 101.2468 1.15
SB175A 3.25 8-May-17 1.03 101.00 101.9640 1.25
SB189A 3.99 3-Sep-18 2.35 104.00 105.9915 1.65

พันธบัตรรัฐบาล

ชื่อรุ่น อัตราดอกเบี้ย
บนพันธบัตร (%)
วันครบกำหนด ระยะเวลาคงเหลือ
(ปี)
วันจ่ายดอกเบี้ย ผลตอบแทน
เสนอซื้อ (%)
ผลตอบแทน
เสนอขาย (%)
LB176A 3.250 16-Jun-17 1.13 16/6, 16/12 1.53 1.22
LB196A 3.875 13-Jun-19 3.13 13/06, 13/12 1.62 1.32
LB21DA 3.650 17-Dec-21 5.64 17/12, 17/6 1.80 1.44
LB236A 3.625 16-Jun-23 7.14 16/12, 16/6 1.80 1.57
LB25DA 3.850 12-Dec-25 9.63 12/12, 12/6 1.95 1.69

* ข้อมูลที่แสดงนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ข้อมูลในจดหมายข่าวที่ถูกส่งไปทางแฟกซ์, ไปรษณีย์อีเล็กโทรนิค, หรือวิธีการสื่อสารอื่นใดนี้ เป็นข้อมูลเฉพาะ ที่เป็นความลับและไม่ควรได้รับการเปิดเผย ห้ามมิให้นำข้อความหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของข้อความไปทำการเปิดเผย, ใช้, แจกจ่าย, เผยแพร่, หรือคัดลอกโดยเด็ดขาด ข้อมูลที่ไม่มีการรับรองใดๆทั้งสิ้นนี้ได้มาจากแหล่งวิจัยที่คาดว่าเชื่อถือได้ทั้งภายในและภายนอก และมีไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าของธนาคารเท่านั้น ข้อมูลอาจขาดความสมบูรณ์ อีกทั้ง ยังไม่ผ่านการรับรองความถูกต้อง จาก ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) อีกด้วย

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
สายงานการตลาดตราสารหนี้ คุณอัญชลี คุณสุนทร และคุณลดาวัลย์
การตลาดผลิตภัณฑ์ทางการเงิน – ลูกค้าสถาบันการเงิน 0-2028-9879

เพิ่มทางเลือกการลงทุนกับตราสารหนี้
ความรู้เรื่องตราสารหนี้
ตราสารหนี้คืออะไร

ตราสารหนี้หมายถึง ตราสารทางการเงินที่แสดงความเป็นหนี้ซึ่งเป็นภาระผูกผันทางกฎหมายระหว่าง เจ้าหนี้กับลูกหนี้ เจ้าหนี้คือผู้ซื้อตราสารหรือผู้ลงทุน
ส่วนลูกหนี้คือผู้ออกตราสารหนี้ โดยผู้ซื้อตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย หรือส่วนลดจากราคาตรา ตามอัตราและเวลาที่ตกลงกัน

องค์ประกอบของตราสารหนี้ ประกอบด้วย

  • ชื่อผู้ออกตราสาร (Issuer)
  • ต้นเงินหรือมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value)
  • วันครบกำหนดไถ่ถอน (Maturity Date)
  • อัตราดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ที่ผู้ซื้อจะได้รับ (Coupon Rate)
  • งวดการจ่ายดอกเบี้ย หรือวันที่จ่ายดอกเบี้ย (Coupon frequency)
  • ประเภทของตราสารหนี้ เช่นมีหลักประกันหรือไม่มีประกัน
  • ข้อสัญญาเงื่อนไขของตราสารหนี้ ที่ผู้ออกต้องปฏิบัติตาม (Covenant)

ประเภทของตราสารหนี้

  • ตราสารที่ออกโดยรัฐบาล เป็นตราสารที่ออกโดยกระทรวงการคลัง
  • ตั๋วเงินคลัง ( Treasury Bill) เป็นตราสารระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี ที่รัฐบาลเป็นผู้ออกเพื่อกู้ยืมเงินระยะสั้นจากประชาชนโดยปกติจะไม่มีดอกเบี้ย
    (Zero-coupon Bond) ดังนั้นราคาซื้อขายจึงต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ หรือมีส่วนลด (Discount) และเมื่อครบกำหนดไถ่คืน ผู้ถือก็จะได้รับเงินคืนตามหน้าตั๋วนั้น
  • พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) คือตราสารที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอายุ ณ วันออกพันธบัตรที่หลากหลายตั้งแต่ระยะกลาง 1-5 ปี และระยะยาวตั้งแต่ประมาณ 10 ปีขึ้นไป ตราสารประเภทนี้ออกโดยกระทรวงการคลังหรือ ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งจัดเป็นตราสารที่ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้น
  • ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ เป็นตราสารที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ ซึ่งมีชื่อเรียกตามองค์กรที่ออกตราสาร เช่นพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งพันธบัตรรัฐวิสาหกิจอาจจะมีหรือไม่มีการค้ำประกันโดยกระทรวงการคลัง ตราสารหนี้เหล่านี้
    มีความเสี่ยงของการผิดนัดการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น (Default Risk) ต่ำ
  • ตราสารหนี้ภาคเอกชน (หุ้นกู้) เป็นตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ที่ออกโดยภาคธุรกิจเอกชนเพื่อระดมทุนจากประชาชนทั่วไปนำไปใช้ในการดำเนินกิจการ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยทั่วไปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนจะสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่มีลักษณะและอายุใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น (Credit Spread) ถือว่าเป็นส่วนที่ผู้ลงทุนเรียกเพื่อชดเชยค่าความเสี่ยงต่าง ๆ
    ที่มีมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลที่เกิดขึ้น

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดตราสารหนี้ได้ที่ การตลาดผลิตภัณฑ์ทางการเงิน – ลูกค้าสถาบันการเงิน 0-2028-9879