ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
ประกันชีวิตแบบไหนดี แนะนำทริคซื้อประกันชีวิตให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

แค่ฝากเงิน ฟรีประกัน 7 โรคมะเร็งในผู้หญิง รับความคุ้มครองทุกระยะ ตั้งแต่ตรวจพบ เจอ-จ่าย-จบ สูงสุด 2 ล้านบาท
รายละเอียด
ลงทุนในกองทุน United CIO Income Fund และ United CIO Growth Fund บริหารกองทุนโดย Chief Investment Officer จาก UOB Private Bank
เพิ่มเติม
แอปธนาคารที่ให้คุณจัดการทุกธุรกรรมได้ง่าย ทั้งโอนเงิน จ่ายบิล ดู eStatement แลกคะแนน ติตตาม
ดีลต่างๆ และลงทุนในกองทุน
คุณกำลังอยู่ที่ ลูกค้าบุคคลทั่วไป


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
ประกันชีวิตแบบไหนดี แนะนำทริคซื้อประกันชีวิตให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
เมื่อสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ หลาย ๆ คนอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหรืออุบัติเหตุฉุกเฉินอันเป็นเหตุให้จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากโดยที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ‘การทำประกันชีวิต’ จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับความเสี่ยง สร้างความมั่นคงทางการเงิน และเป็นหลักประกันให้กับตัวเราและครอบครัวในอนาคตได้ บทความนี้เราจึงได้รวบรวมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับประกันชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ มาฝากกัน
การทำประกันชีวิต เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างหลักประกันทางการเงินให้แก่ครอบครัวได้ เพราะหากผู้ทำประกันเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ตามที่ผู้ทำประกันได้ระบุไว้จะได้รับเงินสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในครอบครัว การผ่อนชำระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตร หรือเป็นทุนเริ่มต้นประกอบธุรกิจได้
ประกันชีวิตช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ส่งเสริมการวางแผนทางการเงินในระยะยาว ทั้งยังช่วยสร้างนิสัยการออมได้ เนื่องจากผู้ทำประกันจะต้องส่งเบี้ยประกันเป็นประจำทุกเดือน จึงเป็นการฝึกวินัยทางการเงินและการออมอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง
การทำประกันชีวิตแบบบำนาญ จะช่วยสร้างอิสรภาพทางการเงินหลังเกษียณอายุให้กับเราได้ ทำให้การพึ่งพาครอบครัวน้อยลงและไม่เป็นภาระบุตรหลานในอนาคต
การทำประกันชีวิตในแบบสะสมทรัพย์ จะช่วยให้เราสามารถสร้างและส่งต่อความมั่งคั่งให้กับครอบครัวได้ เนื่องจากมีการสะสมเงินไว้เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์
เบี้ยประกันชีวิตบางประเภท เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรได้ ทั้งนี้ผู้ซื้อประกันควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของประกันที่สนใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ
ประกันชีวิตมีอยู่หลายประเภทซึ่งตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ทำประกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในช่วงเวลาจำกัด เช่น 1 ปี, 5 ปี หรือ 10 ปี เบี้ยประกันจะถูกกว่าแบบอื่น แต่จะไม่ได้รับเงินคืนเมื่อสิ้นสุดสัญญา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองตลอดชีวิต โดยผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินทุนประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต แต่เบี้ยประกันจะสูงกว่าประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการออมเงินระยะยาว โดยจะได้รับเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา หรือผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินทุนประกันหากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนรายได้หลังเกษียณอายุ โดยจะได้รับเงินเป็นงวด ๆ ซึ่งระยะเวลาในการจ่ายจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ได้ตกลงกันไว้
ประกันชีวิตประเภทนี้ผสมการคุ้มครองชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวมไว้ด้วยกัน ผู้ทำประกันสามารถปรับสัดส่วนระหว่างเบี้ยประกันภัยและเงินลงทุนได้ตามที่ต้องการ รวมถึงสามารถเลือกกองทุนรวมที่มีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันได้ เหมาะกับผู้ที่เข้าใจการลงทุน สามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง และมุ่งหวังผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว มากกว่าการรักษาเงินต้นเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกประกันชีวิตแบบไหนดีจึงจะเหมาะกับความต้องการของตัวเอง สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
เริ่มต้นด้วยการกำหนดวัตถุประสงค์ในการทำประกันชีวิตให้ชัดเจน เช่น เพื่อการออมระยะยาว สร้างหลักประกันทางการเงินให้ครอบครัว ลดหย่อนภาษี หรือเพื่อความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
เนื่องจากประกันชีวิตมีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ประกันแบบชั่วระยะเวลา ประกันแบบตลอดชีพ ประกันสะสมทรัพย์ ประกันเพื่อการเกษียณอายุ/บำนาญ หรือประกันควบการลงทุน เราจึงควรพิจารณาเลือกประกันชีวิตที่มีรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์วัตถุประสงค์และความต้องการของเราได้มากที่สุด
ในขั้นตอนการหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ เราควรพิจารณาเลือกบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีฐานะการเงินมั่นคง จ่ายค่าสินไหมทดแทนตรงเวลา และให้บริการที่ดี
เพื่อที่จะเลือกประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรามากที่สุด เราควรศึกษาและเปรียบเทียบเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง รวมถึงเงื่อนไขและข้อยกเว้นต่าง ๆ ของแผนประกันจากบริษัทต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจ
นอกจากนี้ ประกันชีวิตที่เหมาะสมยังจำเป็นจะต้องมีระยะเวลาความคุ้มครองที่สอดคล้องกับความต้องการและภาระผูกพันของเราด้วย เช่น ระยะเวลาที่ต้องเลี้ยงดูบุตร หรือผ่อนชำระหนี้สิน เป็นต้น
ท้ายที่สุดเราควรเลือกแผนประกันที่มีเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับงบประมาณ และความสามารถในการจ่ายระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหาการขาดจ่ายเบี้ยประกัน จนไม่ครบเงื่อนไขและสัญญาที่บริษัทประกันกำหนดไว้
หนึ่งในเทคนิคสำคัญสำหรับการเลือกซื้อประกันชีวิตให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด ก็คือ การพิจารณาช่วงอายุและความต้องการในแต่ละช่วงชีวิต ดังนี้
ในช่วงแรกของการทำงาน ควรเลือกประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล รวมถึงประกันที่เน้นการออมหรือสะสมทรัพย์ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เพื่อเป็นการเริ่มต้นการวางรากฐานทางการเงินในระยะยาว
เมื่อมีครอบครัวและมีภาระผูกพัน ประกันชีวิตแบบตลอดชีพหรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม โดยประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะช่วยสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว ในขณะที่ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะช่วยส่งเสริมการออมเพื่อสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้แก่ครอบครัว
ช่วงวัยก่อนเกษียณอายุ ประกันเพื่อการเกษียณอายุ/บำนาญจะมีความสำคัญมาก ทั้งนี้เพื่อช่วยวางแผนรายได้และสะสมเงินค่าใช้จ่ายในช่วงหลังเกษียณ ทำให้มีความมั่นคงทางการเงินในช่วงบั้นปลายของชีวิต
หลังพ้นวัยทำงาน ประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะเป็นเสมือนการส่งต่อมรดกเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ครอบครัวได้

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะพอเห็นภาพกันแล้วว่าประกันชีวิตมีประโยชน์อย่างไร และทำไมเราจึงควรทำประกันชีวิต สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองและสมาชิกในครอบครัว สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประกันชีวิตจากธนาคารยูโอบี ที่น่าสนใจได้จากเว็บไซต์ของเรา