

ลงทุนในกองทุน United CIO Income Fund และ United CIO Growth Fund บริหารกองทุนโดย Chief Investment Officer จาก UOB Private Bank
เพิ่มเติม
แอปธนาคารที่ให้คุณจัดการทุกธุรกรรมได้ง่าย ทั้งโอนเงิน จ่ายบิล ดู eStatement แลกคะแนน ติตตาม
ดีลต่างๆ และลงทุนในกองทุน
คุณกำลังอยู่ที่ ลูกค้าบุคคลทั่วไป
เลือกดูโปรโมชันพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์วางแผนภาษีประจำปีทั้งหมด
การวางแผนภาษีผ่านการลงทุนในกองทุนรวมหากต้องการลดหย่อนภาษี สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ซึ่งเป็นทางเลือกบรรเทาภาษีของคุณได้
เริ่มต้นวางแผนภาษี เพื่อใช้สิทธิประโยชน์สูงสุดได้แล้ววันนี้ เปรียบเทียบ RMF, Thai ESG ต่างกันอย่างไร?
คำเตือน: การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต


ลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษี RMF และ Thai ESG กับธนาคารยูโอบี เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากสินทรัพย์คุณภาพทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมวางแผนภาษีและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปี
คำเตือน: ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ใช่เป็นการฝากเงินธนาคาร การลงทุนมีความเสี่ยงรวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียเงินลงทุน ราคาของหน่วยลงทุนอาจขึ้นหรือลงได้ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund : Thai ESGX) เป็นกองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี รองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF และเงินลงทุนใหม่ สำหรับการลงทุนในช่วงเวลาที่กำหนด 2 เดือน
ทั้งนี้ Thai ESGX ต้องลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกหรือกิจการในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์เดียวกันกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยจะต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของ NAV
ประเภทสินทรัพย์ที่ Thai ESGX ต้องลงทุนในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV ประกอบด้วย
สิทธิประโยชน์ทางภาษีแบ่งออกเป็น 2 วงเงินใหม่ โดยไม่รวมกับกองทุน และประกันเพื่อรองรับการเกษียณการทำงานอื่นๆ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
Thai ESGX เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ที่ผู้ออกเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยที่ Thai ESGX จะต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิด้วยวงเงินสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้มาตรการ Thai ESGX แบ่งออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย
วงเงินที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจลงทุนใน Thai ESGX สามารถเริ่มซื้อได้ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ พึงประเมิน เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน นับแต่วันที่ลงทุน)
วงเงินที่ 2 สำหรับผู้ที่ถือหน่วยลงทุน LTF ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่แจ้งความประสงค์สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิม ทั้งหมดใน LTF ทุกกองทุนในทุก บลจ. (ไม่รวม class หน่วยภาษีอื่นภายใต้กองทุนเดียวกัน เช่น class SSF) มาเป็นหน่วยลงทุนของ Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษี สูงสุด 500,000 บาท ตั้งแต่ปีภาษี 2568 - 2572 โดยในปี 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และปี 2569 - 2572 ให้ได้รับลดหย่อนเป็นจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละปีภาษี
จากการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงาน ก.ล.ต. AIMC และกรมสรรพากร วันที่เริ่มนับ 5 ปี จะเป็นวันเดียวกันกับวันที่ Thai ESGX รับสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เป็น Thai ESGX โดยจะใช้ NAV ณ วันที่ Thai ESGX ที่เป็นกองปลายทางรับสับเปลี่ยนเช่นกัน โดยถือได้ว่าเป็นวันที่กอง Thai ESGX ที่เป็นกองปลายทางได้รับทราบถึงความประสงค์ ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่จะสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันรับสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ดังกล่าว
เช็กข้อมูล LTF ได้ทุกกองทุนผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/ltf/overview
เช็กข้อมูลผ่านเว็บไซต์ กลต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/KnowledgeCapitalMarket/Knowledge-CapitalMarket-THAIESGX.aspx
เราใช้คุกกี้จำเป็นและคุกกี้บุคคลภายนอกเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของท่าน การเรียกดูไซต์นี้ต่อไปแสดงว่าคุณยอมรับการใช้งานของเรา