หุ้นกู้คืออะไร?
หุ้นกู้คืออะไร?

หุ้นกู้คืออะไร?

หุ้นกู้คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ เพื่อระดมทุนจากนักลงทุน ผู้ซื้อหุ้นกู้มีสถานะเป็น "เจ้าหนี้" ส่วนบริษัทผู้ออกเป็น "ลูกหนี้" โดยได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยหรือส่วนลดตามระยะเวลาที่กำหนด และได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดอายุหุ้นกู้ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ

เมื่อคุณซื้อหุ้นกู้

  • ผู้ลงทุนมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” และผู้ออกตราสารมีสถานะเป็น “ลูกหนี้”
  • ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น ทุกๆ 3 เดือน 
หรือทุกๆ 6 เดือน
  • ผู้ลงทุนจะได้รับชำระคืนเงินต้นตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ชำระคืนเงินต้นครั้งเดียวในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้

ทำไมถึงต้องลงทุนในหู้นกู้กับธนาคารยูโอบี ?

หุ้นกู้ที่ทางยูโอบีจัดจำหน่ายในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เป็นตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ยอมรับว่าเหมาะสมแก่การลงทุน (Investment Grade) โดยให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ซึ่งผ่านการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญของยูโอบี
ผลตอบแทนสม่ำเสมอ

ผลตอบแทนสม่ำเสมอ

คาดการณ์กระแสเงินสดรับจากดอกเบี้ยและเงินต้นได้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขการลงทุน

ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก และพันธบัตรรัฐบาล

ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก และพันธบัตรรัฐบาล

อัตราผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และพันธบัตรรัฐบาล เมื่อเทียบในอายุคงเหลือที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งอัตราผลตอบแทนที่ได้รับสูงขึ้นนี้ เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนที่สูงกว่าด้วย

ลำดับสิทธิสูงกว่าหุ้นสามัญ

ลำดับสิทธิสูงกว่าหุ้นสามัญ

ผู้ลงทุนในหุ้นกู้มีฐานะเป็น “เจ้าหนี้” จึงมีสิทธิได้รับเงินคืนก่อนผู้ถือหุ้น กรณีบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ เลิกกิจการ

มีความหลากหลาย

มีความหลากหลาย

หุ้นกู้มีด้วยกันหลากหลายประเภทและเงื่อนไข ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
หู้นกู้ที่เสนอขาย

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2569 เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป
อายุตั้งแต่ 4-10 ปี อัตราดอกเบี้ย [2.45-3.35]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน
เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และวันที่ 5 – 6 พฤษภาคม 2569

สนใจลงทุนในหุ้นกู้กับธนาคารยูโอบี

สนใจลงทุนในหุ้นกู้กับธนาคารยูโอบี

กรุณากรอกข้อมูลของท่านให้ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับท่านโดยเร็วที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

1. หุ้นกู้ที่ธนาคารยูโอบีขาย เป็นหุ้นกู้ที่ออกโดยธนาคารยูโอบีใช่หรือไม่?
chevron

ไม่ใช่ ธนาคารยูโอบีเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ให้แก่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ซึ่งหุ้นกู้ที่ขายอาจจะออกโดยธนาคารยูโอบี หรือบริษัทอื่นก็ได้

  • ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit default risk) คือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถชำระดอกเบี้ย หรือเงินต้นได้ตามที่ระบุไว้
  • ความเสี่ยงด้านราคา (Price risk) คือ ความเสี่ยงจากการที่ราคาขายตราสารหนี้ในตลาดรองลดลง เมื่อมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อขายตราสารหนี้นั้นๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น เป็นต้น แต่หากผู้ลงทุนถือจนครบกำหนดจะไม่มีความเสี่ยงนี้เกิดขึ้น
  • ความเสี่ยงจากตราสารหนี้ขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย (Liquidity risk) เกิดขึ้นกรณีที่ผู้ลงทุนต้องการขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนด ไถ่ถอน และตลาดอาจไม่มีสภาพคล่องซึ่งทำให้ไม่สามารถขายได้ในทันที และอาจไม่ได้ราคาเท่ากับที่ซื้อมาหรือไม่ได้ราคาที่ต้องการ ทั้งนี้ธนาคารยูโอบีไม่ได้มีข้อผูกมัดในการสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้ดังกล่าว แม้ว่าตราสารหนี้นั้นจะขายโดยธนาคารยูโอบีก็ตาม
  • อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นกู้โดยบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ มีความเสี่ยงเกี่ยวกับผู้ออกหุ้นกู้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ธุรกิจของผู้ออกหุ้นกู้ด้วย

เครดิตเรตติ้ง (Credit Rating) คือการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ บอกถึงความสามารถในการชำระหนี้ สะท้อนความเสี่ยงของผู้ออก หรือคุณภาพของหุ้นกู้ ซึ่งประเมินโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูเครดิตเรตติ้ง เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ โดยถ้าเครดิตเรตติ้งของผู้ออกตราสารต่ำ แสดงว่าความเสี่ยงด้านเครดิตสูง ดังนั้นผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับควรจะสูงด้วยเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงดังกล่าว เครดิตเรตติ้งมีการจัดอันดับตั้งแต่ AAA ถึง D ซึ่ง AAA สะท้อนความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ในขณะที่ D สะท้อนความเสี่ยงจากการที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ โดยระดับความน่าลงทุนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ

  1. Investment Grade (ระดับที่ลงทุนได้) คือ กลุ่มระดับลงทุนที่มีเครดิตเรตติ้ง ตั้งแต่ AAA จนถึง BBB- เป็นหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทที่มั่นคง ผลประกอบการดี อยู่ในกลุ่มที่ลงทุนได้ผลตอบแทนไม่สูงมาก
  2. Non-Investment Grade (ระดับที่ไม่น่าลงทุน) คือ กลุ่มต่ำกว่าระดับลงทุนที่มีเครดิตเรตติ้ง ตั้งแต่ BB+ ลงมาจนถึง D เป็นหุ้นกู้คุณภาพปานกลางถึงคุณภาพต่ำจึงให้ผลตอบแทนสูงกว่า

อย่างไรก็ตามเครดิตเรตติ้งอาจมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ หากมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในอนาคตของผู้ออกหุ้นกู้ ดังนั้นผู้ลงทุนควรติดตามข่าวสารของผู้ออกหุ้นกู้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ตลอดระยะเวลาการลงทุน

  • กรณีบุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และกรณีขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด กำไรที่ได้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เช่นกัน ทั้งนี้หากหัก ภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ไม่จำเป็นต้องนำไปรวมกับเงินได้ในการคำนวณภาษี
  • กรณีนิติบุคคล หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของตราสารแต่ละรุ่น ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนเพื่อทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนได้ที่ธนาคารยูโอบีทุกสาขา

ติดต่อเรา

ไอคอนศูนย์บริการลูกค้าธนาคารยูโอบี

ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารยูโอบี

ไอคอนติดต่อเรา

ติดต่อเรา

ไอคอนตำแหน่งของยูโอบี

ที่ตั้งสาขาและตู้เอทีเอ็มยูโอบี