
แค่ฝากเงิน ฟรีประกัน 7 โรคมะเร็งในผู้หญิง รับความคุ้มครองทุกระยะ ตั้งแต่ตรวจพบ เจอ-จ่าย-จบ สูงสุด 2 ล้านบาท
รายละเอียด
ลงทุนในกองทุน United CIO Income Fund และ United CIO Growth Fund บริหารกองทุนโดย Chief Investment Officer จาก UOB Private Bank
เพิ่มเติมคุณกำลังอยู่ที่ ลูกค้าบุคคลทั่วไป
 AppleWebKit/537.36 (KHTML, like Gecko) Chrome/63.0.3239.84 Safari/537.36)


อายุรับประกันภัย
ระยะเวลาเอาประกันภัย
ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย
จำนวนเงินเอาประกันภัย
เริ่มต้น 300,000 บาท - สูงสุด 30,000,000 บาท
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ (สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล)
ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (สำหรับบุคคลธรรมดา)
งวดการชำระเบี้ยประกันภัย
การพิจารณารับประกันภัย/การตรวจสุขภาพ
เพียงตอบคำถามสุขภาพแบบสั้น ตามเงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทฯ
กรณีที่บริษัทฯ จะไม่คุ้มครอง
การร้องเรียนของผู้เอาประกันภัย
ผู้เอาประกันภัยสามารถร้องเรียนได้ที่หน่วยงาน ดังต่อไปนี้
ผลประโยชน์ด้านภาษี:
บุคคลธรรมดา: สัญญาประกันภัยที่มีระยะเวลาของความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิตสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยในส่วนความคุ้มครองสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
นิติบุคคล: นิติบุคคลมีสิทธินำค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปในการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เพราะถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา สมาชิกไม่ต้องนำค่าเบี้ยประกันภัยนั้นมาถือเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไม่ถือเป็นประโยชน์ใดๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายหน้าประกันชีวิต ใบอนุญาตเลขที่ ช00026/2545 ทำหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย และเป็นผู้จัดการให้บุคคลเข้าทำสัญญาประกันชีวิต และอำนวยความสะดวกในการรับชำระเบี้ยประกันภัยเท่านั้น โดย บมจ. พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จะเป็นผู้รับผิดชอบในเงื่อนไขความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
ผู้ขอเอาประกันภัยสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
กรณีผู้ขอเอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา ผู้รับผลประโยชน์จะระบุดังนี้
ลำดับ 1 ธนาคาร : ผู้ถือกรมธรรม์ตามภาระหนี้สินผูกพัน
ลำดับ 2 ผู้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย
กรณีผู้ขอเอาประกันภัยเป็นนิติบุคคล ผู้รับผลประโยชน์จะระบุดังนี้
ลำดับ 1 ธนาคาร: ผู้ถือกรมธรรม์ตามภาระหนี้สินผูกพัน
ลำดับ 2: นิติบุคคลผู้กู้เท่านั้น
บุคคลธรรมดา:
สัญญาประกันภัยที่มีระยะเวลาของความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิตสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยในส่วนความคุ้มครองสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
นิติบุคคล:
นิติบุคคลมีสิทธินำค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปในการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เพราะถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา สมาชิกไม่ต้องนำค่าเบี้ยประกันภัยนั้นมาถือเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไม่ถือเป็นประโยชน์ใดๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
ฝากข้อมูล
เพื่อติดต่อกลับ
เราใช้คุกกี้จำเป็นและคุกกี้บุคคลภายนอกเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของท่าน การเรียกดูไซต์นี้ต่อไปแสดงว่าคุณยอมรับการใช้งานของเรา