รวมใจสู้ไปพร้อมคุณ

  •  

    การระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อลูกค้าบุคคล ลูกค้าองค์กร และชุมชนของเรา ธนาคารยูโอบีพร้อมหลอมรวมพลังแรงใจกับคุณ ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้พวกเราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน

    #รวมใจสู้ไปพร้อมคุณ

สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

ดูแลลูกค้าและชุมชนของเราด้วยหัวใจ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สามในประเทศไทย ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ และระบบเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วอย่างยิ่ง เพื่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและการบริการลูกค้าในสถานการณ์เช่นนี้ ธนาคารยูโอบีได้จัดให้มีมาตรการเฝ้าระวังและดำเนินการเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการดูแลปกป้องความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ลูกค้า และชุมชนของเรา

ท่ามกลางวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทีมงานของเราทั่วทั้งธนาคาร ตั้งแต่คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร ไปจนถึงเพื่อนร่วมงานทุกคน ต่างร่วมแรงร่วมใจโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อลูกค้าของเรา

การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ

เมื่อตระหนักถึงภัยคุกคามร้ายแรงที่โรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตและการดำเนินชีวิตของทุกคนในสังคม ธนาคารจึงได้จัดตั้งหน่วยงานบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขึ้นมาโดยเฉพาะตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารจากหน่วยธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนของธนาคาร เพื่อดูแลภาพรวมและรับมือกับผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ของธนาคาร ทีมงานของเราติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ตลอดจนปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำด้านสาธารณสุขของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเราสามารถเข้าถึงบริการที่สาขาและช่องทางดิจิทัลของเราได้อย่างต่อเนื่อง และพนักงานของเราสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะอยู่ในสำนักงานหรือทำงานจากที่บ้านก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ธนาคารเองก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกที่สามของโคโรนาไวรัสในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการทางคอล เซ็นเตอร์ และที่สาขา ซึ่งธนาคารต้องขออภัยลูกค้ามา ณ ที่นี้ด้วย

สนับสนุนธุรกิจก้าวข้ามความผันผวนทางเศรษฐกิจ

เราได้ให้มาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ผ่านการขยายระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่อ และให้สินเชื่อ Soft Loan เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเอาชนะปัญหาเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวได้ เราหวังว่ามาตรการช่วยเหลือของเราจะสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงยืดเยื้อ

ความปลอดภัยของลูกค้าคือสิ่งสำคัญ

เราได้ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในสาขาของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ทั้ง 152 สาขา โดยดำเนินการติดตั้งฟิล์มเคลือบสารป้องกันเชื้อโรคด้วยเทคโนโลยีนาโนชิลด์บนพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสสูง ได้แก่ เคานเตอร์เบิก-ถอนเงิน หน้าจอเครื่องกดบัตรคิว เคานเตอร์เขียนใบฝาก-ถอนเงิน และโต๊ะให้คำปรึกษาทางการเงิน การติดตั้งแผ่นฟิล์มเคลือบสารที่สามารถฆ่าเชื้อโรคด้วยตัวเองนี้ เป็นมาตรการป้องกันเพิ่มเติมของทางธนาคาร เพื่อดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าสาขาของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง เราขอแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการที่สาขาสำหรับการทำธุรกรรมที่ไม่สามารถทำผ่านช่องทางดิจิทัลของธนาคารได้เท่านั้น โดยช่องทางดิจิทัลที่ลูกค้าสามารถใช้บริการธนาคารยูโอบีได้ ประกอบด้วย UOB Mighty App, TMRW App, UOB Personal Internet Banking และ UOB Business Internet Banking Plus และลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีบัตรเครดิตยูโอบีและสินเชื่อส่วนบุคคลยูโอบี สามารถสอบถามผ่านช่องทาง LINE Connect ของ UOB Thai

ดูแลชุมชนของเราด้วยหัวใจ

ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากนี้ เราได้เห็นความเสียสละและความกล้าหาญอันสูงส่งของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้ เราตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคส่วนบุคคลที่เพียงพอ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงได้บริจาคชุดป้องกันเชื้อโรค (PPE) จำนวน 2,000 ชุด ให้กับโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เราหวังว่าการบริจาคของเราจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มีสุขอนามัยที่ดีในระหว่างที่พวกเขาต้องทำงานอย่างแข็งขันเพื่อดูแลผู้ป่วยจากโรคโควิด-19

เรามุ่งมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และชุมชนของเรา เพื่อก้าวผ่านสู่ช่วงเวลาที่ดีขึ้น เจ้าหน้าลูกค้าสัมพันธ์ (Relationship Manager: RM) ของเราพร้อมดูแลและสนับสนุนทุกความต้องการของลูกค้าเสมอ

ขอขอบคุณที่ท่านให้ความไว้วางใจธนาคารยูโอบีด้วยดีเสมอมา

ขอแสดงความนับถือ

 

ตัน ชุน ฮิน

กรรมการผู้จัดการใหญ่

มาตรการความช่วยเหลือเพื่อคุณ

ลูกค้ารายย่อย 


มาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน


ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ระยะยาว เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นภาระหนี้และวางแผนทางการเงินได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงลดค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการของลูกค้า โดยเฉพาะ มาตรการรวมหนี้ (Debt Consolidation) ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมยอดสินเชื่อจากบัตรเครดิต และ/หรือบัตรกดเงินสด และ/หรือสินเชื่อบุคคล ทั้งจากธนาคารยูโอบีและ/หรือสถาบันการเงินอื่นเข้ากับสินเชื่อบ้าน (โดยลูกค้าต้องมีสินเชื่อบ้านกับธนาคารยูโอบี หรือสถาบันการเงินอื่น)

  • รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรวมหนี้ คลิกที่นี่
  • แบบฟอร์มขอรวมหนี้ (ลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566) คลิกที่นี่

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี บัตรกดเงินสดยูโอบีแคชพลัส สินเชื่อยูโอบีไอแคช

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน

หมายเหตุ มาตรการช่วยเหลือขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของธนาคารสำหรับลูกค้าแต่ละราย

ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่


มาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน

 
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน โดยธนาคารจะพิจารณาจากประมาณการกระแสเงินสดในการปรับโครงสร้างหนี้แบบระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย

  • พักชำระเงินต้น และ/หรือ
  • ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ และ/หรือ
  • ปรับประเภทวงเงินสินเชื่อ และ/หรือ
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน หรือ UOB Biz Call Centre โทร. 02 343 3555 อีเมล businessbanking.servicecentre@uob.co.th

มาตรการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟู)

  • สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ ลดผลกระทบต่อการจ้างงาน และฟื้นฟูการประกอบธุรกิจ
  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30% ของวงเงินสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่มีอยู่กับธนาคารฯ และไม่เกิน 150 ล้านบาท โดยนับรวม Soft Loan เดิมด้วย (ถ้ามี)
  • สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อเพื่อธุรกิจกับธนาคารฯ มาก่อน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท (นับรวมวงเงินจากทุกสถาบันการเงิน)
  • อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 5.0% ต่อปี โดยยกเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ยจากลูกค้าในช่วง 6 เดือนแรก และคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ในช่วง 2 ปีแรก
  • กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

มาตรการ Asset Warehousing (โครงการ พักทรัพย์ พักหนี้”)

  • มาตรการลดภาระหนี้ของผู้ประกอบธุรกิจ และสนับสนุนการรับโอนทรัพย์เป็นหลักประกัน เพื่อชำระหนี้แก่ธนาคาร ช่วยให้ไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงิน
  • โดยลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์มีสิทธิ์ซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปี นับแต่วันที่รับโอน และสามารถเช่ากลับเพื่อนำไปประกอบธุรกิจต่อได้
  • กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน หรือ UOB Biz Call Centre โทร. 02 343 3555 อีเมล businessbanking.servicecentre@uob.co.th

หมายเหตุ เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด

โครงการทางด่วนแก้หนี้สำหรับลูกหนี้ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้หลายราย (Multi-creditors)

  • ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป
  • มีวงเงินกู้กับเจ้าหนี้ทุกรายรวมกันตั้งแต่ 250 ล้านบาทขึ้นไป
  • ไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2562
  • ไม่ได้ถูกเจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฏหมาย ยกเว้นเจ้าหนี้ยินยอมถอนฟ้องร้อง

หากลูกหนี้ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้หลายรายประสงค์จะเข้าร่วมโครงการทางด่วนแก้หนี้ สามารถลงทะเบียนได้ทาง https://www.1213.or.th/App/DebtCase

ศึกษาวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=oscJFBXzmHg

กิจกรรมเพื่อสังคม

เพื่อแสดงความห่วงใยต่อบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้  

ธนาคารยูโอบีขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบชุดป้องกันเชื้อโรค จำนวน 1,000 ชุด ให้แก่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลักของรัฐที่รองรับผู้ป่วย COVID-19 จำนวนมาก เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในระหว่างการดูแลรักษาผู้ป่วย

การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อลูกค้าบุคคล ลูกค้าองค์กร และชุมชนของเรา ธนาคารยูโอบี (ไทย) พร้อมหลอมรวมพลังแรงใจกับทุกภาคส่วน ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้พวกเราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน

พนักงานธนาคารยูโอบี (ไทย) ร่วมกันประกอบกระบังป้องกันใบหน้า (face shield) จำนวน 10,000 อัน เพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ใน 26 โรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วย นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19

ธนาคารยูโอบี (ไทย) รวมใจพนักงานระดมทุนเงินบริจาคมากกว่า 4.5 ล้านบาทเข้ากองทุน UOB Heartbeat เพื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยได้มอบให้กับ 5 โรงพยาบาลหลักในต่างจังหวัด เพื่อนำไปสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วย สำหรับโรงพยาบาลทั้ง 5 ประกอบด้วยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลชลบุรี และ โรงพยาบาลหาดใหญ่

กองทุน UOB Heartbeat เพื่อสู้ภัยโควิด-19 เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการ#รวมใจสู้ไปพร้อมคุณ เพื่อช่วยลูกค้า ชุมชนและสังคมในการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ของกลุ่มธนาคารยูโอบี อันสะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารที่จะยืนเคียงข้างลูกค้า พนักงานและชุมชน เพื่อก้าวผ่านไปสู่ช่วงเวลาที่ดีขึ้น

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ มอบชุดป้องกันเชื้อโรค จำนวน 2,000 ชุดให้แก่โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ สำหรับใช้ในระหว่างการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19  ภายใต้โครงการ #รวมใจสู้ไปพร้อมคุณ เพื่อช่วยลูกค้า ชุมชนและสังคมในการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ของกลุ่มธนาคารยูโอบี

การมอบชุดป้องกันเชื้อโรคในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญาของธนาคารยูโอบี ประเทศไทยในการให้การสนับสนุนลูกค้าและชุมชนเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 มาโดยตลอดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19