โครงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยธนาคารยูโอบี

  •  

    การระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อลูกค้าบุคคล ลูกค้าองค์กร และชุมชนของเรา ธนาคารยูโอบีพร้อมหลอมรวมพลังแรงใจกับคุณ ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้พวกเราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน

    #รวมใจสู้ไปพร้อมคุณ

มาตรการความช่วยเหลือเพื่อคุณ

บัตรเครดิตยูโอบี บัญชียูโอบีแคชพลัส สินเชื่อบุคคลไอแคช

โครงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

 

บัตรเครดิตยูโอบี และ บัญชียูโอบีแคชพลัส

  1. ปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบีและแคชพลัสทุกท่าน โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบ
  2. เข้าร่วมโปรแกรมรวมหนี้ (Debt Consolidation) (คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ)

ลูกค้าสินเชื่อบ้าน

สินเชื่อลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี และลูกค้าองค์กร

สินเชื่อซอฟต์โลน ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ไม่มีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

  • สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารไม่เกิน 500 ล้านบาท (ตามเกณฑ์คุณสมบัติซอฟท์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2564 เรื่อง คำนิยาม “กลุ่มธุรกิจ”)
  • โดยเป็นวงเงินกู้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้างชำระทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562
  • สามารถยื่นขอสินเชื่อซอฟต์โลนได้ภายในวันที่ 18 เมษายน 2564 (ทั้งนี้ ธนาคารสามารถส่งคำขอสินเชื่อไปยัง ธปท. เพื่อพิจารณาภายในกำหนดการดังกล่าว หลังจากที่สินเชื่อนั้นๆ ได้รับอนุมัติจากธนาคารเรียบร้อยแล้ว)

หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน หรือ UOB Biz Call Centre โทร. 02 343 3555 อีเมล businessbanking.servicecentre@uob.co.th

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังคงยืดเยื้อ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงปรับปรุงเกณฑ์ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ดำเนินการได้ในชั้นนี้เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 (ซอฟต์โลน) ให้มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 

  1. ปรับนิยามคำว่า "กลุ่มธุรกิจ" ที่เป็นหนึ่งในเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อโดยแยกพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลธรรมดาออกจากนิติบุคคล พร้อมทั้งนับความสัมพันธ์ให้เหลือเพียงลำดับเดียว

  1. เปลี่ยนวิธีปฏิบัติเรื่องจำนวนครั้งในการขอสินเชื่อ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอียื่นขอกู้ซอฟต์โลนได้ไม่เกิน 2 ครั้ง จากเดิมที่กำหนดให้ยื่นขอกู้ได้เพียงครั้งเดียว ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังมีวงเงินกู้ซอฟต์โลนเหลืออยู่ สามารถกลับมายื่นขอสินเชื่อได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม วงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนทั้ง 2 ครั้งรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562
  • ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก สำหรับการกู้ทั้ง 2 ครั้ง
  • ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี
  1. รองรับบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด MAI (มีผลบังคับใช้ 19 ตุลาคม 2563)
  1. ขยายเวลาการให้สินเชื่อไม่เกินวันที่ 18 เมษายน 2564 (มีผลบังคับใช้ 19 ตุลาคม 2563)
  1. คุณสมบัติลูกค้าที่สามารถขอเข้าร่วมโครงการซอฟต์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย
    ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคล โดยมีวงเงินสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจ (ตามคำนิยามของ ธปท. มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2564) ไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อ

    ทั้งนี้การรวมวงเงินสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจตามคำนิยามของ ธปท. ดังกล่าว นั้น จะแยกพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลธรรมดาออกจากนิติบุคคล พร้อมทั้งนับความสัมพันธ์ให้เหลือเพียงลำดับเดียว

  2. ผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารที่สามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อซอฟต์โลนมีอะไรบ้าง? และมีอัตราดอกเบี้ยเท่าไร?
    ผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคารที่สามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อซอฟต์โลน ประกอบด้วย สินเชื่อตั๋วสัญญาใช้เงิน และเงินกู้ระยะยาว โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยลูกค้าไม่มีภาระดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก สำหรับกำหนดระยะเวลาสินเชื่อซอฟท์โลนเป็นเวลา 2 ปีนั้น ธนาคารจะพิจารณาขยายระยะเวลาสินเชื่อเป็นกรณีไป โดยใช้อัตราดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร

  3. วงเงินกู้สูงสุดจากโครงการช่วยเหลือครั้งนี้?
    20% ของยอดหนี้คงค้าง (ตามเกณฑ์ ธปท.) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

  4. สามารถยื่นขอสินเชื่อเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือได้ถึงเมื่อไร?
    ธนาคารสามารถส่งคำขอสินเชื่อไปยัง ธปท. ภายใน 18 เมษายน 2564 เพื่อพิจารณาโดย ธปท. ต่อไป อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะดำเนินการดังกล่าวหลังจากที่สินเชื่อนั้นๆ ได้รับอนุมัติจากธนาคารเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้ท่านกรุณาแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อซอฟต์โลนดังกล่าว เป็นการล่วงหน้า เพื่อที่ธนาคารจะเร่งดำเนินการต่อไป

  5. สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?
    ลูกค้าสามารถขอสมัครเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือในครั้งนี้ได้ผ่านช่องทางดังนี้
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ UOB Biz Call Centre 02 343 3555 หรืออีเมล businessbanking.servicecentre@uob.co.th
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ UOB Call Centre 02 285 1555