ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
3 กฎเหล็กวิธีเก็บเงิน สําหรับคนเก็บเงินไม่อยู่

ลงทุนในกองทุน United CIO Income Fund และ United CIO Growth Fund บริหารกองทุนโดย Chief Investment Officer จาก UOB Private Bank
เพิ่มเติม
แอปธนาคารที่ให้คุณจัดการทุกธุรกรรมได้ง่าย ทั้งโอนเงิน จ่ายบิล ดู eStatement แลกคะแนน ติตตาม
ดีลต่างๆ และลงทุนในกองทุน
คุณกำลังอยู่ที่ ลูกค้าบุคคลทั่วไป


ขณะนี้คุณกำลังอ่าน:
3 กฎเหล็กวิธีเก็บเงิน สําหรับคนเก็บเงินไม่อยู่
สำหรับหลาย ๆ คนที่คิดว่าการเก็บออมเงินไม่ใช่เรื่องง่าย พยายามเก็บเงินเท่าไรก็ไม่สำเร็จสักที วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณเก็บเงินให้อยู่ และสามารถเก็บออมเงินได้ตามเป้าหมายมาฝาก
สำหรับคนที่ไม่เคยมีเงินเก็บออม และคิดว่าการเก็บเงินนั้นเป็นเรื่องไกลตัวและเป็นไปไม่ได้ คุณอาจจะลองเริ่มจากการตั้งเป้าหมายการออมเงินของตนเอง โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและมีกรอบเวลากำกับที่ชัดเจน เพื่อให้เป้าหมายนั้นสามารถบรรลุผลได้จริง คุณสามารถใช้หลัก SMART ช่วยในการตั้งเป้าหมายได้ ดังนี้
|
S: Specific เจาะจงเป้าหมายให้ชัดเจน |
M: Measurable สามารถวัดผลได้อย่าง เป็นรูปธรรม |
A: Achievable ทำได้จริง |
R: Realistic สมเหตุสมผล |
T: Time-bound มีกรอบเวลาที่ชัดเจน |
|
ควรตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้ทราบถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเป้าหมายนั้น ตัวอย่าง “ฉันจะเก็บเงินเพื่อใช้ตอนเกษียณ” “ฉันจะเก็บเงินเพื่อซื้อรถยนต์” “ฉันต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน” |
ควรตั้งเป้าหมายให้ สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่าง ต้องการเก็บออมเงินให้ได้ 10 ล้านบาท |
เป้าหมายที่ตั้งไว้จะต้องสามารถทำได้จริง ตัวอย่าง ต้องการมีเงินเก็บ 1 ล้านบาท จึงลงทุนในกองทุนรวมที่มีผลกำไร 6% เดือนละ 20,000 บาท* |
อย่าตั้งเป้าหมายการออมเงินที่เกินตัวหรือยากจนเกินไป เพราะ นอกจากจะไม่ช่วยสร้างแรงจูงใจแล้ว อาจจะทำให้คุณรู้สึกท้อและหยุดทำตามแผนไปกลางคันได้ ตัวอย่าง เก็บเงิน 10% ของรายได้สุทธิ เช่น เงินเดือน 30,000 บาท เก็บเดือนละ 3,000 บาท เมื่อเงินได้ปีต่อไปเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 บาท ก็เก็บเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 บาทต่อเดือน |
กำหนดกรอบระยะเวลาที่แน่นอน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้คุณคิดแผนและวิธีการออมเงินที่ชัดเจน รวมถึงออมเงินอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่าง ภายในระยะเวลา 5 ปี |
* ข้อมูลอ้างอิง โปรแกรมคำนวณเงินออม ธนาคารแห่งประเทศไทย https://www.bot.or.th/th/satang-story/financial-tools/savings-tools.html

สำหรับใครที่มักจะเก็บเงินไม่อยู่ แต่ต้องการเก็บเงินให้เห็นผลชัดเจน แนวคิดที่ว่า “เก็บก่อน แล้วที่เหลือค่อยใช้” จะเป็นประโยชน์กับแผนการออมเงินของคุณอย่างมาก โดยคุณสามารถแบ่งเงินเก็บออกเป็น 4 ส่วนดังต่อไปนี้
เงินเก็บส่วนแรกที่เราควรมีไว้ คือ เงินเก็บเผื่อฉุกเฉิน สำหรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซึ่งต้องใช้เงินในการแก้ปัญหา จำนวนเงินเก็บฉุกเฉินที่ควรมี คือ ประมาณ 6-12 เดือนของรายได้หรือค่าใช้จ่ายต่อเดือนเป็นอย่างน้อย โดยควรเก็บออมไว้ในบัญชีที่มีสภาพคล่องสูงที่สามารถฝาก-ถอนได้ทันที
แนะนำบัญชีเงินฝากไม่ประจำ UOB STASH
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัญชีเงินฝากสำหรับเงินเก็บฉุกเฉิน ที่ฝาก-ถอนง่าย แต่ยังได้รับดอกเบี้ยสูง ขอแนะนำบัญชีเงินฝากไม่ประจำ UOB STASH ดอกเบี้ยสูง และยังมีดอกเบี้ยโบนัสเพิ่ม ง่าย ๆ เพียงคงเงินฝากหรือฝากเงินเพิ่ม ให้ยอดฝากเฉลี่ยของเดือนปัจจุบันมากกว่าหรือเท่ากับเดือนที่แล้ว ก็จะได้รับดอกเบี้ยรวมโบนัสทุกเดือนสูงสุด 1.25% ต่อปี* สมัครง่ายผ่านแอปฯ UOB TMRW
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด / เงินฝากนี้ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากตามจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
การวางแผน “เงินเก็บเพื่อวัยเกษียณ” ไว้แต่เนิ่น ๆ เมื่ออายุยังน้อยในขณะที่ยังมีรายได้สม่ำเสมอ จะช่วยลดภาระทางการเงินและช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ๆ เมื่อเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของชีวิต สำหรับการเก็บออมเงินเพื่อวัยเกษียณนั้นควรเน้นการออมที่มีสภาพคล่องต่ำและเป็นการออมในระยะยาว เช่น การซื้อสลากออมสิน พันธบัตร หุ้นกู้ หรือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ ได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนอื่น ๆ ซึ่งบางกองทุนนอกจากจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
การเก็บเงินในส่วนนี้เป็นทางเลือกในกรณีที่คุณมีแผนที่จะซื้อสินค้าหรือบริการบางอย่างตามความต้องการของตนเองในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น การท่องเที่ยว การตกแต่งบ้าน และการจัดงานแต่งงาน เป็นต้น คุณควรกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการออมเงินตามแผนที่วางไว้ได้
นอกจากการวางแผนการออมเงินในรูปแบบอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้ว การแบ่งสัดส่วนเงินเก็บเพื่อนำไปลงทุนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เงินเก็บของคุณงอกเงยได้มากยิ่งขึ้น เช่น การลงทุนในกองทุนรวม หรือ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทุกการลงทุนมีความเสี่ยง คุณจึงควรศึกษาข้อมูลหรือปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
หลังจากการแบ่งสัดส่วนเงินสำหรับการเก็บออมต่าง ๆ แล้ว คุณควรจัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายรายวันเพื่อช่วยควบคุมและบริหารการใช้จ่ายเงินในส่วนที่เหลือด้วย การทำบัญชีค่าใช้จ่ายรายวันโดยละเอียด นอกจากจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของรายจ่ายในแต่ละวันแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถพิจารณาตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในแต่ละเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ปัจจุบันบัญชีค่าใช้จ่ายรายวันสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากมีแอปพลิเคชันทั้งของไทยและต่างประเทศมากมายให้เลือกใช้ หรือคุณอาจจะเลือกใช้วิธีจดบันทึกแบบดั้งเดิม เช่น Excel, Google Sheet หรือสมุดจดบันทึก ก็ได้เช่นกัน
แนะนำบัญชี UOB One Account โอน จ่าย ทำธุรกรรมฟรี
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบัญชีเงินฝากสำหรับใช้จ่ายประจำวัน ขอแนะนำบัญชีออมทรัพย์ UOB ONE ACCOUNT รับดอกเบี้ยโบนัสง่าย ๆ เพียงใช้จ่ายประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น โอน-รับเงินเข้าบัญชี จ่ายบิลออนไลน์ ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต** หรือใช้เป็นบัญชีรับเงินเดือน โดยทำธุรกรรมต่าง ๆ ให้ครบเพียง 4 ครั้งต่อเดือน รับดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1% ต่อปี* สามารถฝาก-ถอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง สมัครง่ายผ่านแอปฯ UOB TMRW
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด / เงินฝากนี้ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากตามจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
** ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้การเก็บออมเงินของคุณประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจไว้ สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการเก็บเงินอื่น ๆ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บัญชีเงินฝากธนาคารยูโอบี ทั้งหมดได้ที่นี่