หน้าหลักไฮไลต์สาขาต้นแบบความยั่งยืน

ธนาคารยูโอบี สาขาระยอง: ก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืน​

ที่ธนาคารยูโอบี ความยั่งยืนไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือการลงมือทำจริง ดังจะเห็นได้จากสาขารูปแบบใหม่ของธนาคารยูโอบี ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง หนึ่งในจังหวัดสำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์บริการการเงินสำหรับลูกค้าทั่วไปและผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นต้นแบบของ “สาขาธนาคารเพื่อความยั่งยืน” ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของลูกค้าและพนักงาน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการออกแบบสาขานี้

คุณปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับปี 2024 ถึง 2030 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) โดยรวมในการดำเนินงาน การออกแบบสาขาระยองภายใต้แนวคิดเพื่อความยั่งยืน จึงถือเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความจริงใจ และความใส่ใจต่อชุมชนและสังคมของธนาคาร

ธนาคารยูโอบี สาขาระยอง: ต้นแบบสาขาธนาคารแห่งอนาคต

ธนาคารยูโอบี สาขาระยองได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า พนักงาน และชุมชน ด้วย 3 แนวคิดหลักในการออกแบบที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

1. อาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกส่วนประกอบของการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุ เช่น การออกแบบให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาในอาคารเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงานสะอาด ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับระบบ Smart Building ที่จะควบคุมการใช้พลังงานอย่างประหยัดโดยอัตโนมัติ มีการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยมลพิษโดยการใช้เฟอร์นิเจอร์ซึ่งผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ติดตั้งระบบกรองอากาศเพื่อควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารให้สะอาดอยู่เสมอ และเลือกใช้ระบบสุขภัณฑ์ที่ช่วยลดการใช้น้ำ รวมไปถึงการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม

2. มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและความผูกพันกับชุมชน - โดยการออกแบบที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มีการขยายพื้นที่บริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ การให้ความสำคัญกับพื้นที่จัดกิจกรรมภายในสาขาเพื่อให้ความรู้กับลูกค้าและชุมชน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ผ่อนคลายซึ่งเอื้อต่อการให้บริการที่ประทับใจ

3. การให้บริการทางการเงินอย่างมืออาชีพโดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ - ธนาคารให้ความสำคัญต่อการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและตั้งมั่นบนพื้นฐานรู้รับผิดชอบ โดยการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย รวมทั้งมีศูนย์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs ที่มีผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้าที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา แนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งสำคัญ: ธนาคารยูโอบี สาขาระยอง สาขาธนาคารแห่งแรกในไทยที่ผ่านการรับรอง LEED v4 Interior Design and Construction: Commercial Interior
เพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ธนาคารยูโอบี สาขาระยอง ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานตามเกณฑ์ Leadership in Energy and Environmental Design (LEED) v4 Interior Design and Construction: Commercial Interior สำหรับการออกแบบ และก่อสร้างภายในประเภทอาคารพาณิชย์ จากสภาอาคารสีเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ United States Green Building Council (USGBC) ในระดับ Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดภายใต้เกณฑ์ LEED ที่ต้องแสดงถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่นในหลายหมวดหมู่ด้านความยั่งยืน นอกจากการก่อสร้างแล้ว ธนาคารยูโอบี สาขาระยอง ยังแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็น สาขาธนาคารแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองระดับสูงสุดในระดับนี้

LEED หรือ Leadership in Energy and Environmental Design LEED คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

LEED คืออะไร?

LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) คือมาตรฐานสากลด้านการออกแบบ ก่อสร้าง และการดำเนินงานอาคาร ที่มุ่งเน้น การประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ใช้อาคาร อาคารที่ผ่านเกณฑ์ LEED จะสะท้อนถึงความใส่ใจในการสร้างสมดุลระหว่าง ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร

LEED แบ่งประเภทการรับรองตามลักษณะการใช้งานอาคาร เช่น

  • Building Design and Construction (BD+C): สำหรับโครงการก่อสร้างใหม่ทั้งอาคาร
  • Operations and Maintenance (O+M): สำหรับอาคารที่อยู่ในระหว่างการใช้งาน และต้องการปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Interior Design and Construction (ID+C): สำหรับงาน ออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร เช่น อาคารพาณิชย์ ร้านค้า ธนาคาร เป็นต้น

LEED v4 Interior Design and Construction : Commercial Interior : มีความสำคัญอย่างไร?
Interior Design and Construction คือมาตรฐาน LEED สำหรับโครงการที่ไม่ได้สร้างอาคารใหม่ทั้งหลัง แต่เป็นการพัฒนาหรือปรับปรุง พื้นที่ภายในอาคาร (Commercial Interior) ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของ Interior Design and Construction : Commercial Interior คือ

  • ช่วยให้อาคารที่มีอยู่เดิม สามารถปรับสู่แนวทางยั่งยืนได้โดยไม่ต้องสร้างใหม่
  • เน้นการเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ออกแบบระบบแสงสว่าง อากาศ และพลังงานภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของพนักงานและผู้ใช้อาคาร

จากการรับรองนี้แสดงให้เห็นว่า:

  • สาขาระยองเป็น สาขาธนาคารแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED v4 Interior Design and Construction : Commercial Interior ระดับ Platinum
  • ธนาคารยูโอบี สาขาระยองเป็น ต้นแบบของสาขาธนาคารสีเขียว ที่ยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ

สรุปแนวคิดในการออกแบบและก่อสร้าง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการใช้วัสดุกรอบอาคาร เช่น ผนัง และกระจกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนได้ดี, เลือกใช้ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถปรับการทำงานได้ตามความต้องการ, ใช้หลอดไฟฟ้าแสงสว่างชนิด LED ที่ประหยัดพลังงาน เลือกใช้วัสดุงานก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้งาน และใช้พลังงานหมุนเวียนมาใช้ภายในอาคาร เพื่อลดการใช้พลังงานจากไฟฟ้าหลัก

ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง
การออกแบบที่ยั่งยืนของสาขาระยองส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร:

ประหยัดพลังงาน

  • ลดการใช้พลังงานลงถึง 81.03% จากค่ามาตรฐาน (อ้างอิงตามเกณฑ์ LEED) ประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 44,069.50 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ลดค่าไฟฟ้าได้กว่า 116,644.46 บาท ต่อปี 1 เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 2,638 ต้นต่อปี

การอนุรักษ์น้ำ

  • ประหยัดน้ำได้ถึง 75,806.93 ลิตรต่อปี เทียบเท่ากับน้ำดื่มสำหรับ 76 คนต่อปี 2

ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 26,421 กิโลกรัมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (kgCO2eq) คิดเป็นการลดการใช้น้ำมันดีเซล ได้ 75,017.04 ลิตรต่อปีเทียบเท่ากับการเดินทางไป–กลับ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ 815 รอบ ด้วยรถดีเซล 3

คุณภาพของสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร

  • มีระบบระบายอากาศภายในอาคารที่ดี เพื่อช่วยหมุนเวียนอากาศและลดมลพิษทางอากาศสะสมภายในอาคาร
  • ควบคุมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5, PM10) ภายในอาคารไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน
  • มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ต้นแบบของสาขาธนาคารแห่งอนาคต
ธนาคารยูโอบี สาขาระยอง ไม่ใช่แค่สถานที่ให้บริการทางการเงิน แต่คือตัวอย่างของการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน เราจะยังคงเดินหน้าสร้างสาขาที่สะท้อนถึงคุณค่าของความรับผิดชอบ นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

#SustainableFutureWithUOB


1 ค่าไฟฟ้า 1 หน่วยยูนิต = 4.4217 บาท
2 ปริมาณน้ำดื่มเฉลี่ยต่อคนต่อปีเฉลี่ย ≈1,000 ลิตร/คน/ปี ปริมาณน้ำที่ประหยัดได้ 75,806.93 ลิตร/ปี
  เทียบเท่ากับปริมาณน้ำดื่มของคน ประมาณ 75,806.93 ÷ 1,000 75.8 คน หรือ 76 คนต่อปี
3 อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันรถยนต์ดีเซลเฉลี่ย 15 กม./ลิตร น้ำมันที่มี =75,017.04 ลิตร
  ระยะทางที่วิ่งได้ =
75,017.04 x 15 = 1,125,255,60 กม. ระยะทางไป–กลับ กทม.– เชียงใหม่ ≈ 1,380 กม.
  จำนวนรอบที่วิ่งได้ = 1,125,255.60 ÷ 1,380 = 815.38 รอบ